เอาแล้ว ซัดกันเละ! “เพื่อชาติ” ร้อนระอุ ไลน์ลั่น โดนเบี้ยว โผล่ทวงเงินหาเสียงกันให้ควั่ก!!

แชรเรื่องนี้
  • 145
    Shares

วันนี้ (2 เมษา)  รายงานข่าวจากพรรคเพื่อชาติ (พ.พ.ช.) แจ้งว่า เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา กลุ่มผู้สมัคร ส.ส.ระบบเขต พรรคเพื่อชาติ หลายสิบคน เดินทางมายื่นหนังสือเรียกร้องขอความชัดเจนเกี่ยวกับงบสนับสนุนในการดูแลในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง และมีการบันทึกคลิปเอาไว้ด้วย

โดยอดีตผู้สมัครส.ส.รายหนึ่ง บอกกับตัวแทนกรรมการบริหารพรรคที่มารอรับหนังสือช่วงหนึ่งว่า มาจนบัดนี้เลือกตั้งแล้ว ไม่มีใครประสานงานกับพวกเรา ก่อนหน้านั้นเรื่องเอกสารบ้าง อะไรบ้าง ประสานงานกันจัง มาถ่ายรูปกัน แต่พวกเราเดือดร้อนกันจริงๆ พรรคเราได้ที่นั่งน้อยนิดนึง นั่นคือเป็นปัญหาเพราะไม่เคยได้เยียวยา เอาทุนให้เขาไปหาเสียง ตรงนี้มากกว่า ตรงนี้เราโดนตำหนิ ติเตียน เงินไม่จ่ายค่าคนเดินบ้าง เขาก็ไปพูดกันอะไรกัน จนกระทั่งบัดนี้ ยังไม่ได้รับการดูแล

 

 

“ตอนผมโดนแจ้งความ พอตำรวจโทรมา ก็ปรึกษาในฐานะผู้ประสานงาน บอกว่า ผมโดนข้อหา โดนคดีแล้วนะ ข้อหาเกี่ยวกับไม่จ่ายตังค์ ผมเรียนให้ท่านทราบ โทรหาท่านโดยตรง โทรหาใคร ไม่ติดสักคน คุยไม่ได้”อดีตผู้สมัครรายหนึ่งกล่าว

ขณะที่ผู้สมัครส.ส.อีกคน พูดเสริมขึ้นมาว่า เป็นนายกฯส่วนบริหารส่วนตำบล เป็นมา 3 สมัย พรรคมาขอร้องให้ผมลาออก เดี๋ยวจะดูแลเต็มที่ จะให้พิเศษอย่างโน้นอย่างนี้ ไอ้ผมก็เออ มันก็ใกล้เลือกตั้ง พรรคมาคะยั้นคะยอ บอกเอาเลยพี่ เดี๋ยวผมให้พิเศษ ในที่สุด หมดค่าใช้จ่ายไปประมาณล้านต้นๆ เป็นหนี้ป้าย ค่าอะไรต่ออะไร ยังไม่ได้ให้เขา ถามว่าเรามีสตังค์ไหม เรามีอยู่ 3-4 แสน เราก็หมดที 4-5แสน ก็หมดไปด้วยกัน ก็ขอชี้แจงให้ทางผู้บริหารได้ทราบ

จากนั้น ผู้สมัครส.ส.ผู้หญิง กล่าวขึ้นมาว่า ในฐานะตัวแทนว่าที่ผู้สมัครทุกเขตทั่วประเทศไทย     ทั้งที่มาได้และมาไม่ได้ เรามาขอยื่นหนังสือผ่าน กรรมการบริหารพรรคว่า พรรคจะมีนโยบาย เยียวยาผู้สมัครอย่างไรและขอความอนุเคราะห์จากประธาน กรรมการ หัวหน้าพรรค ออกมาสอดส่องดูแลเรา มาถามสารทุกข์สุขดิบเราบ้าง ให้เหมือนวันเริ่มต้น เป็นเหมือนญาติพี่น้องกัน แต่ในวันนี้ เหมือนเราไม่ใช่ญาติพี่น้อง เหมือนกับเป็นคนอื่น เลยขอส่งหนังสือผ่านไปถึงหัวหน้าพรรค

นอกจากนี้ในกลุ่มไลน์ผู้สมัครส.ส.พรรคเพื่อชาติ แต่ละกลุ่มที่มีการแยกไปตามภูมิภาค ต่างตัดพ้อการทำงานของพรรค และแกนนำพรรคบางคนอย่างดุเดือดเช่นกัน และมีการส่งข้อความปรับทุกข์ในกลุ่มผู้สมัครไปมา

 

 

หนึ่งในผู้สมัครส.ส.ระบุว่า ความจริงผมไม่มีทุนมากพอที่จะใช้จ่ายในการสมัครส.ส. แต่พี่….บอกว่าทางพรรคจะช่วยค่าใช้จ่ายให้เพียงพอ ผมจึงได้ตัดสินใจลงสมัคร และเมื่อมาถึงบัดนี้ก็ไม่มีการช่วยเหลือแต่อย่างใด ผมพยายามติดต่อท่าน… ก็ได้รับคำตอบให้รอ จนผมไม่สามารถที่จะรอได้ เหตุเพราะเกิดความเสียหายจากลงสมัครส.ส.ของผมในครั้งนี้อย่างประมาณค่าไม่ได้ เพราะบุคคลมวลชนที่เชื่อถือศรัทธาผม กำลังเข้าใจผมผิดว่าผมเป็นรับจ้างลงสมัครส.ส. ผมคิดว่าจำเป็นต้องยุติหน้าที่ของผู้สมัครส.ส.เขต ในนามพรรคเพื่อชาติ

 

ขณะที่ผู้สมัครอีกคนในแถบภูมิภาคอีสาน ตัดพ้อผ่านกลุ่มไลน์ว่า สู้แล้วเขารวย แต่ผมสู้แล้วจนลงๆ สังคมไทยเรามันช่างน่าเบื่อจริงๆนะ ทำเพื่อคนส่วนมาก แต่คนที่ไม่ทำหรือทำพอได้หน้านิดหน่อย ก็เสนอหน้าว่ากูคือนักสู้เพื่อประชาชน มีเยอะมากครับ (เขตและจังหวัด) ไม่เอาพรรคเพื่อชาติแล้วนะครับ

 

นอกจากนี้ยังมีผู้สมัครอีกหลายราย ที่ได้พิมพ์เข้ามาไลน์กลุ่มเชิงตัดพ้อ ต่อว่าอย่างผู้สนับสนุนพรรคบางคนอย่างรุนแรง และสุดท้ายได้ดีดตัวเองออกจากกลุ่มไลน์ไป

นอกจากนี้ มีรายงานอีกว่า ในวันพุธที่ 3 เม.ย. เวลา 10.00น. กลุ่มผู้สมัครส.ส.พรรคเพื่อชาติ ทั้งในโซนภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคกทม. ภาคอีสาน อีกหลายสิบคน ที่ได้รับความเดือดร้อนเรื่องดังกล่าว นัดรวมตัวที่ทำการพรรคเพื่อชาติ เพื่อสอบถามความชัดเจนกับคณะผู้บริหารพรรคอีกครั้ง

 

ทางด้านของ นายศักดา นพสิทธิ์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อชาติ กล่าวถึงกรณีผู้สมัครส.ส.ระบบเขตเลือกตั้ง พรรคเพื่อชาติ ออกมาทวงถามงบสนับสนุนการหาเสียงเลือกตั้งจากผู้ใหญ่ในพรรคว่า โดยข้อเท็จจริงพรรคสนับสนุนงบประมาณช่วยผู้สมัครไปตามกรอบกฎหมายตามที่กกต.กำหนด และผู้สมัครหน้าใหม่ก็ต้องช่วยตัวเองด้วยส่วนหนึ่ง ซึ่งเป็นไปตามข้อตกลงกัน แต่เมื่อผู้สมัครส.ส.สูญเสียเงินส่วนเกินจากตรงนี้ไป

 

 

จะมาขอให้พรรครับผิดชอบด้วยจะเป็นไปได้อย่างไร การมาพูดว่าพรรคทำผิดสัญญา ไม่รับผิดชอบ ถือเป็นการพูดที่ด่วนสรุปเกินไป เพราะเท่าที่ติดตามข้อเท็จจริง ผู้สมัครก็ยอมรับพรรคได้สนับสนุนค่าใช้จ่ายไปให้ส่วนหนึ่ง การจะมาเรียกในส่วนที่ตนเองได้ออกไปนั้น คงไม่ใช่

นายศักดา  กล่าวว่า จากเรื่องที่เกิดขึ้น มีคนในพรรคโทรศัพท์มาสอบถามจำนวนมาก เรื่องนี้จะทำให้พรรคเสียหายหรือไม่ จะเป็นประเด็นร้องเรียนจนทำให้ กกต.มาสอบ จะเป็นการทำผิดกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่ เมื่อดูตามประเด็นข้อกฎหมายคงไม่ถึงขนาดนั้น

อย่างไรก็ดี ผู้สมัครก่อนลงสมัครรับเลือกตั้ง เคยไปพูดกับใคร และใครที่เคยไปรับปาก ต้องดูคนๆนั้นมีสถานะอะไรในพรรค มีผลผูกพันกับพรรคเพื่อชาติจริงหรือไม่ ค่าใช้จ่ายช่วงหาเสียงเลือกตั้ง พรรคได้วางกฎเกณฑ์การสนับสนุนงบประมาณ 1.ค่าสมัครส.ส.ที่พรรคออกให้  2.งบสนับสนุนค่าจัดทำป้ายหาเสียง ค่าแบนเนอร์ ค่ารถช่วยหาเสียง ในงบประมาณเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ตามที่กกต.และกฎหมายกำหนดมา ค่าใช้จ่ายผู้สมัครไม่เกิน 1.5 ล้านบาทต่อคน

 

 

รองเลขาธิการพรรคเพื่อชาติ กล่าวอีกว่า หลังจากวันปิดประกาศรับสมัครส.ส.ทั้งระบบเขตเลือกตั้งและระบบบัญชีรายชื่อ พรรคได้แบ่งงานความรับผิดชอบให้แกนนำพรรครับผิดชอบดูแลผู้สมัครแต่ละโซน เช่น โซนภาคกลางและกทม. นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ เป็นผู้รับผิดชอบ โซนภาคเหนือ นายเพชรวรรต วรรณศิริกุล รองหัวหน้าพรรคคนที่สาม เป็นผู้รับผิดชอบ โซนภาคอีสาน ภาคใต้ นายอารี ไกรนรา รองหัวหน้าพรรคคนที่สอง เป็นผู้รับผิดชอบ

สุดท้ายนี้ นายศักดา กล่าวอีกว่า หลังจากวันเลือกตั้ง 24 มี.ค. เมื่อผลคะแนนเสียงออกมา ซึ่งมีคนแบ่งออกเป็น ฝ่ายที่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจกับฝ่ายประชาธิปไตย ซึ่งเมื่อดูคะแนนเสียงแต่ละฝ่ายหากรวมคะแนนเสียงกันเป็นไปในลักษณะคะแนนเสียงก้ำกึ่งกัน รวมทั้งยังมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์การบริหารงานจัดการงานของกกต.

เกิดข้อครหาว่าเป็นไปอย่างโปร่งใสหรือไม่ ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดความวุ่นวายตามมา ขอเรียกร้องให้กกต.ชี้แจงทั้งในส่วนงบประมาณที่ใช้ในการจัดการเลือกตั้งกว่า 5.8 พันล้านบาท ที่ต้องไม่ทำให้สูญเปล่า รวมทั้งเร่งสรุปวิธีคำนวนจำนวนส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ ให้ชัดเจน เพราะมีผลต่อคะแนนเสียงของหลายพรรคการเมือง

ขอบคุณข้อมูลแหล่งข่าว : https://www.tpolitic.com/contents/bg/5557


แชรเรื่องนี้
  • 145
    Shares

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *